เมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาเรื่องฟันที่หายไปหลายซี่หรือไม่มีฟันทั้งปากสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ โรคเหงือก ฟันโยก หรือการสูญเสียฟันสะสมเป็นเวลานาน หลายครอบครัวจึงมีคำถามว่า “ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ทำอย่างไร?”
จริง ๆ แล้วการไม่มีฟันไม่จำเป็นต้องหมายความว่าต้องใช้ชีวิตด้วยการเคี้ยวอาหารลำบากเสมอไป เพราะปัจจุบันมีทางเลือกในการฟื้นฟูช่องปากหลายรูปแบบ แต่สิ่งสำคัญคือควรให้ทันตแพทย์ตรวจประเมินก่อน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับสภาพช่องปาก สุขภาพโดยรวม และการใช้ชีวิตของแต่ละคน
ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ส่งผลอย่างไร?
การสูญเสียฟันไม่ได้กระทบเพียงเรื่องความสวยงามเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น
- เคี้ยวอาหารบางชนิดได้ยากขึ้น
- เลือกรับประทานอาหารได้น้อยลง
- พูดหรือออกเสียงบางคำไม่ถนัด
- รูปทรงของใบหน้าอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อสูญเสียฟันเป็นเวลานาน
- ฟันที่เหลืออยู่ต้องรับแรงบดเคี้ยวมากขึ้น
- กระดูกบริเวณที่สูญเสียฟันอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา
ดังนั้น หากผู้สูงอายุไม่มีฟันหลายซี่หรือไม่มีฟันทั้งปาก การเข้ารับการตรวจประเมินจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ ไม่ควรเลือกวิธีรักษาจากราคาเพียงอย่างเดียว
ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ควรทำอย่างไร?
คำตอบไม่ได้เหมือนกันทุกคน เพราะทันตแพทย์จะพิจารณาจากจำนวนฟันที่เหลือ สุขภาพเหงือก สภาพกระดูกขากรรไกร และความต้องการของผู้ป่วย
โดยทั่วไปอาจมีทางเลือกดังนี้
1. ฟันปลอมบางส่วน
เหมาะสำหรับผู้ที่ยังมีฟันธรรมชาติเหลืออยู่บางส่วน สามารถช่วยทดแทนฟันที่หายไปและช่วยให้กลับมาใช้งานในการบดเคี้ยวได้ดีขึ้น
ก่อนทำควรตรวจฟันที่เหลือและเหงือกก่อน เพื่อประเมินว่าสามารถใช้เป็นส่วนช่วยพยุงฟันปลอมได้หรือไม่
2. ฟันปลอมทั้งปาก
สำหรับผู้สูงอายุที่สูญเสียฟันธรรมชาติทั้งหมด ฟันปลอมทั้งปากเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย
การทำฟันปลอมที่ดีไม่ได้พิจารณาเฉพาะรูปร่างของฟันเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความพอดีกับช่องปาก การสบฟัน ความสบาย และความสามารถในการใช้งานจริงของผู้สูงอายุด้วย
3. รากฟันเทียม
ในผู้ที่มีสภาพกระดูกและสุขภาพโดยรวมเหมาะสม รากฟันเทียมอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการทดแทนฟันที่สูญเสียไป
อย่างไรก็ตาม รากฟันเทียมไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน จำเป็นต้องตรวจประเมินช่องปากและสุขภาพโดยรวมก่อน รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมด้านการดูแลและค่าใช้จ่าย
ไม่มีฟันแล้ว ยังต้องดูแลช่องปากหรือไม่?
ต้องดูแลครับ
แม้ไม่มีฟันธรรมชาติแล้ว แต่เหงือก ลิ้น และเนื้อเยื่อภายในช่องปากยังต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ
ผู้สูงอายุที่ใส่ฟันปลอมควรทำความสะอาดฟันปลอมเป็นประจำ รวมถึงทำความสะอาดเหงือกและลิ้น และควรสังเกตความผิดปกติ เช่น แผล เจ็บ บวม เลือดออก หรือบริเวณที่ระคายเคืองจากฟันปลอม
หากฟันปลอมเริ่มหลวม กดเหงือก หรือใช้งานแล้วเจ็บ ไม่ควรฝืนใช้ต่อเป็นเวลานาน ควรให้ทันตแพทย์ตรวจและปรับแก้ให้เหมาะสม
ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ควรเลือกฟันปลอมอย่างไร?
การเลือกฟันปลอมควรดูมากกว่า “ราคา”
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
สภาพช่องปาก
มีฟันเหลืออยู่หรือไม่ เหงือกและกระดูกขากรรไกรมีสภาพอย่างไร
ความสามารถในการดูแล
ฟันปลอมบางชนิดต้องถอดทำความสะอาดและดูแลอย่างสม่ำเสมอ จึงควรเลือกให้เหมาะกับความสามารถของผู้ใช้งาน
การบดเคี้ยว
ควรออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงต้องการให้ดูเหมือนมีฟัน
ความสบาย
ฟันปลอมที่ดีควรพอดีกับช่องปาก ไม่ควรสร้างจุดกดเจ็บหรือทำให้เกิดแผลซ้ำ ๆ
งบประมาณและความคุ้มค่า
ควรพูดคุยกับทันตแพทย์ถึงทางเลือก ค่าใช้จ่าย และการดูแลในระยะยาวก่อนตัดสินใจ
ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุไปพบทันตแพทย์เมื่อไหร่?
หากพบว่าผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ ควรพาไปตรวจช่องปาก
- เคี้ยวอาหารลำบาก
- รับประทานอาหารได้น้อยลงเพราะไม่มีฟัน
- ฟันปลอมหลวม
- ใส่ฟันปลอมแล้วเจ็บ
- มีแผลในปากบ่อย
- เหงือกบวม หรือมีเลือดออก
- ฟันที่เหลืออยู่โยกหรือปวด
- ไม่ได้ตรวจฟันมานาน
การตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ทันตแพทย์ประเมินทางเลือกในการรักษาได้เหมาะสมมากขึ้น
สรุป: ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่แก้ไข
หากถามว่า “ผู้สูงอายุไม่มีฟัน ทำอย่างไร?” คำตอบคือควรเริ่มจากการตรวจประเมินช่องปากก่อน แล้วจึงเลือกวิธีทดแทนฟันที่เหมาะสม เช่น ฟันปลอมบางส่วน ฟันปลอมทั้งปาก หรือรากฟันเทียมตามข้อบ่งชี้ของแต่ละบุคคล
เพราะผู้สูงอายุแต่ละคนมีสภาพช่องปากและความต้องการแตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงสำคัญกว่าการเลือกจากราคาเพียงอย่างเดียว
ทำฟันผู้สูงอายุ เชียงใหม่
หากกำลังมองหาทางเลือกสำหรับ ทำฟันผู้สูงอายุ เชียงใหม่ หรือสนใจ ฟันปลอมผู้สูงอายุ เชียงใหม่ สามารถเข้ารับการตรวจและปรึกษาทันตแพทย์เพื่อประเมินสภาพช่องปากและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
สนใจ ปรึกษาทันตแพทย์ ก่อนได้คะ
(ไม่มีค่าใช้จ่ายในการตรวจและให้คำปรึกษา)
คลินิก CM Dental Clinic เชียงใหม่
โทร. 082-3979897 หรือ 053-266-555
LINE: @cmdental



